หัวข้อเรื่อง : คาดการณ์ ปี 61 ประกันวินาศภัยโต 3.8-4% อานิสงส์เศรษฐกิจฟื้น-ลงทุนรัฐ

คาดการณ์ ปี 61 ประกันวินาศภัยโต 3.8-4% อานิสงส์เศรษฐกิจฟื้น-ลงทุนรัฐ

นายจีรพันธ์ อัศวะธนกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย คาดว่า ปี 2561 ธุรกิจประกันวินาศภัยจะเติบโตใกล้เคียงกับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) อยู่ที่ 3.5-4% หรือเบี้ยรับรวม 2.26-2.28 แสนล้านบาท จากปีนี้ที่คิดว่าจะโต 3.3-3.7% โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประมาณการว่าจีดีพีปีหน้าอยู่ที่ 3.8%

ทั้งนี้ ปัจจัยหลักมาจากโครงการก่อสร้างสาธารณูปโภคขนาดใหญ่จะมีการเบิกจ่ายออกมาในต้นปี 2561 ซึ่งจะส่งผลดีต่อประกันภัยทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยทางตรง คือ โครงการจะมีการซื้อประกันภัยเพื่อคุ้มครองความเสี่ยงจากการก่อสร้าง ผลทางอ้อม เมื่อเงินก้อนดังกล่าวเข้าสู่ระบบ จะทำให้เกิดการจ้างงาน ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น จะมีการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้น ส่งผลต่อเนื่องให้ผู้ผลิตสินค้าต้องขยายกำลังการผลิต ทำให้มีการซื้อประกันภัยเพื่อคุ้มครองธุรกิจมากขึ้น และซื้อประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ที่กฎหมายเริ่มมีการบังคับให้ซื้อประกันภัย

ขณะที่ประชาชนจะมีรายได้สูงขึ้น จะหันมาซื้อประกันภัยเพิ่มขึ้น ทั้งด้านประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (พีเอ) ประกันสุขภาพ ที่จะได้เรื่องการลดหย่อนภาษีเข้ามากระตุ้นตลาด โดยเฉพาะประกันการเดินทาง ที่คนไทยนิยมการท่องเที่ยวทั้งและต่างประเทศ ซึ่งการเดินทางเป็นกลุ่มจะถูกบังคับให้ต้องทำประกันภัยพีเอ และในกรณีเดินทางแบบรายเดี่ยว ก็จะซื้อประกันเดินทางเพราะเห็นตัวอย่างของนักท่องเที่ยวที่ไปเจ็บป่วยในต่างประเทศต้องเสียค่าใช้จ่ายสูง

อย่างไรก็ตาม มีประเด็นที่ยังไม่มีความชัดเจน คือ ประกันภัยทางทะเลและขนส่ง เพราะจะขึ้นอยู่กับการ ส่งออก จึงต้องดูสถานการณ์การบริโภคของสหรัฐอเมริกาและจีน ว่าจะมีการลดกำลังการบริโภคหรือไม่ หากลดจะทำให้การส่งออกไทยลดลงด้วย ส่วนยุโรปเห็นชัดแล้วว่ากำลังการบริโภคลดลง

ด้านปัจจัยการเมือง ที่มีแผนจะเริ่มกระบวนการเลือกตั้งในปลายปี 2561 ยังไม่สามารถประเมินผลกระทบได้เพราะเร็วเกินไป

"เบี้ยส่วนใหญ่ยังคงมาจากประกันภัยรถยนต์ แต่ราคาเบี้ยต่อกรมธรรม์อาจจะลดต่ำลงอีก เพราะสามารถควบคุมสินไหมทดแทนได้ จากการที่รัฐบาลมีการรณรงค์ลดอุบัติเหตุทางถนนทำให้การเคลมลดลงด้วย ราคารถยนต์รุ่นใหม่ มีราคาต่ำลง ทำให้เบี้ยลดลง การนำระบบเทคโนโลยีเข้ามาช่วยลดต้นทุนในการทำงาน ทำให้สามารถลดเบี้ยลงได้อีก" นายจีรพันธ์ กล่าว

นายจีรพันธ์ กล่าวอีกว่า การแข่งขันราคาเบี้ยประกันภัยรถยนต์ยังคงมีอยู่ แต่ผู้บริหารจะต้องทำงานหนักมากขึ้นในการวิเคราะห์ต้นทุนที่แท้จริง และขึ้นอยู่กับการบริหารผลตอบแทนจากการลงทุน หากทำผลตอบแทนได้มาก จะทำให้การแข่งขันเบี้ยลดลง เพราะมีรายได้จากการลงทุนเข้ามามาก

ที่มา  https://www.srikrungexpo.com/n723a3055k3055r999



โพสโดย sudjit.tt@gmail.com IP: 119.76.31.61 เมื่อ 09/11/2019 เวลา 22:58:32 น. อ่าน 41 ครั้ง
 
ความคิดเห็นที่ 1
โพสโดย Nami IP: 101.51.5.177 เมื่อ 22/01/2020 เวลา 10:03:56 น.

ตอบกระทู้นี้

* ข้อความ :
รูปภาพ : ( !! รับเฉพาะไฟล์นามสกุล jpeg, jpg, gif ขนาดไม่เกิน 500KB เท่านั้น )
* ชื่อผู้โพส : อีเมล์ผู้โพส :
  คำตอบ : 0 + 1 =